News

2007/Dec/21

            บ่อยครั้งที่รู้สึกมีเวลาไม่พอ ทำงานเสร็จไม่ทันเวลาบ่อยๆ ต้องทำงานอย่างรีบเร่งแข่งกับเวลาอยู่เป็นประจำ หรือรู้สึกว่างานมาก จนไม่มีเวลาสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ ไม่มีเวลาให้ครอบครัว ล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดความเครียดนั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องหาวิธีบริหารเวลา เพื่อจัดเวลาการทำงานให้มีประสิทธิภาพขึ้น และเพื่อจะสามารถทำงานได้เสร็จทันเวลาอย่างที่ไม่ต้องรีบเร่งมากนัก รวมทั้งยังมีเวลาเหลือพอที่จะพักผ่อนหย่อนใจส่วนตัว มีเวลาให้กับเพื่อนฝูง และครอบครัวอีกด้วย

            เห็นที่จะคล้อยตามคำคมของเบนจามิน แฟลงคลินนักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลก ที่กล่าวเอาไว้ว่า "เวลาคือเงิน" ถึงใครจะเถียงว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้ แต่เงินก็เป็นปัจจัยหลักที่เอื้อให้เราอยู่ได้อย่างมีความสุขเช่นเดียวกับเวลาถ้าเราใช้ไม่เป็น ก็เหมือนกับทำของมีค่าหล่นหาย บางคนคิดว่าตัวเองเก็บไว้อย่างดีแล้ว ก็ยังถูกโดนขโมยเวลาไปจนได้ มีบางคนพูดไว้อย่างน่าคิดว่า เวลาคือของขวัญ เพราะเหตุนี้จึงเรียกปัจจุบันว่า "Present" ทุกคนรู้ดีว่าเวลามีค่าแค่ไหน แต่ก็ยังเผลอทำหายอยู่บ่อยๆ คุณก็คนหนึ่งใช่มั้ยล่ะ ที่เวลาเรียนหรือทำงานแล้วรู้สึกว่ามีเวลาไม่พอ หรือเรามักได้ยินคำพูดทำนองนี้อยู่บ่อยๆ ที่ว่า "โอ๊ย ไม่มีเวลาหรอกงานเยอะจะตาย… ไม่ว่างหรอก ไม่มีเวลา ต้องเคลียร์งานก่อน" คนส่วนมากมักรู้สึกว่าตัวเองไม่มีเวลาแท้จริงแล้ว เคล็ดลับอยู่ที่การบริหารเวลานั่นเอง ฟังดูเหมือนยาก แต่ถ้ารู้จักบริหารเวลาให้ดีก็สามารถที่จะหาเวลาเพิ่มได้ เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างและเริ่มปฏิบัติอย่างจริงจัง คุณจะมีเวลาเพิ่มขึ้น ลองเริ่มด้วย

            1. จดบันทึกการใช้เวลาในแต่ละวัน
การบริหารเวลาควรเริ่มต้นจากการสำรวจตัวเองก่อนว่าในแต่ละวันนั้น ได้ใช้เวลาในการทำกิจกรรมอะไรบ้าง โดยการจดบันทึกเวลาและการทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวันติดต่อกันประมาณ 3 วัน แล้วลองคำนวณดูว่าได้ใช้เวลาไปกี่ชั่วโมงกับการนอน การกิน การทำงาน การเดินทาง การออกกำลังกาย การอยู่คนเดียวเงียบๆ การใช้เวลาสังสรรค์กับเพื่อนฝูง และการใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ลองพิจารณาดูว่าเวลาที่ใช้ในการทำกิจกรรมเหล่านี้สมดุลแล้วหรือยัง ได้เสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องมากน้อยแค่ไหน และบ่อยแค่ไหนที่คิดจะทำอะไรแล้ก็รีรอผัดผ่อนไปทำอย่างอื่นก่อนงานตที่ควรจะเสร็จจึงไม่เสร็จเสียที ควรจะต้อง ปรับปรุงเวลาในเรื่องใดให้มากขึ้นหรือน้อยลง

            2. วางแผนงานล่วงหน้า ในแต่ละวัน จะมีเวลาสำหรับการทำงานประมาณ 6 - 8 ชั่วโมง จึงควรตั้งใจทำงานให้เต็มที่ โดยวางแผนการทำงานล่วงหน้าว่าในวันนั้นจะต้องทำอะไรบ้าง แล้ว พรุ่งนี้จะต้องทำอะไรจัดลำดับความสำคัญของงาน เลือกทำงานที่สำคัญและเร่งด่วนก่อน ทำงานที่คิดว่ายากก่อนในช่วงเช้าเพราะเป็นช่วงที่ร่างกายยังสดชื่น รู้จักแบ่งงานชิ้นใหญ่ให้เป็นชิ้นย่อยๆ ถ้าเป็นหัวหน้างานควรแบ่งงานให้ลูกน้องหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรับไปทำอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อความยุติธรรม และอย่าหวงงาน อย่างคิดว่าคนอื่นจะทำไม่ได้ ค่อยๆ สอน ค่อยๆ ฝึก เขาย่อมทำได้ในวันหนึ่งและเราก็จะสบายขึ้นด้วย เมื่อทำงานติดต่อกันประมาณ 2 ชั่วโมง ควรพักสมองโดยการเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง และควรพยายามทำงานให้เสร็จที่ที่ทำงาน ไม่จำเป็นอย่าเอางานกลับไปทำที่บ้านเพราะจะรบกวนเวลาสำหรับตนเองและครอบครัว

            3. เพิ่มเวลา ถ้ารู้สึกว่าเวลามีไม่พอ ควรหาเวลามาเพิ่ม เช่น ตื่นให้เช้าขึ้น หรือย้ายมาพักใกล้ที่ทำงานเพื่อประหยัดเวลาในการเดินทาง เป็นต้น ลองสังเกตผู้ร่วมงานดูบ้างว่าแต่ละคนมีวิธีการบริหารเวลาอย่างไรลองเรียนรู้จากผู้ที่บริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วนำมาปรับใช้ดูบ้าง อาจจะช่วยให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเครียดน้อยลงก็ได้

            4. ตั้งเป้าหมายและวัตถุประสงค์ ให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ว่าคุณจะทำอะไร เพื่ออะไร ปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนที่ประสบความสำเร็จ คือการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน จดไว้กันลืม แล้วลงมือทำทันที จำไว้ว่าถ้าจะยิงปืนให้เข้าเป้าก็จำเป็นต้องเล็งให้ดีชะก่อน เมื่อโฟกัสถูกจุดแล้ว ก็ต้องรู้ว่าทำอะไรบ้างจึงจะไปถึง เคล็ดลับอยู่ที่การมี "แผน" ที่ดีอยู่กับตัว ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ว่าคุณต้องทำอะไรบ้างตั้งแต่วันนี้ สัปดาห์นี้ จนถึงตลอดทั้งปีนี้ แผนที่ดีคือต้องรู้ปัญหาของงานแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะหาทางก็ได้ทันท่วงที

            5. สร้าง To-Do List เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่งเรียงลำดับก่อนหลังของงานที่จะทำเอาไว้ก่อน แล้วเชื่อและบังคับตัวเองให้ทำตามนั้น เป็นการไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง เสียเวลาเที่ยวเล่นไปกับเรื่องหยุมหยิมทั้งหลายแหล่ ว่ากันว่า คนที่ประสบความสำเร็จน่ะเขาโน๊ตไว้ทั้งนั้น ว่าอะไรที่ควรทำก่อนหลัง แต่ถ้ามีเรื่องด่วนแทรกเข้ามา ก็สามารถปรับให้ยืดหยุ่นได้

            6. มีแฟ้มงาน อย่าปล่อยให้ความคิดกระจัดกระจาย รีบเก็บๆๆๆ เข้ามาใส่ในแฟ้มชะ เอกสารก็เหมือนกัน ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง ก็จับมันมาเก็บใส่แฟ้มงานเดียวกัน เพื่อไม่ให้ความคิดของคุณเตลิดเปิดเปิงไปไหนต่อไหน โต๊ะรกๆ ไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้นอย่ามาอ้างว่าโต๊ะรกๆ ทำให้ไอเดียคุณบรรเจิด มุกนี้ใช้ได้ก็ต่อเมื่อคุณมีความจำดีเยี่ยมเท่านั้น ว่ากระดาษและสิ่งของที่เกลือนอยู่ บนโต๊ะน่ะ มีเรื่องอะไร อยู่ตรงไหนบ้าง แต่ถ้าคุณเป็นคนธรรมดาจัดของให้เข้าที่เข้าทางจะดีกว่านะ

            7. ใช้โทรศัพท์ให้เป็น เ
สียงกริ๊งทุกสิบห้านาทีติดโผสาเหตุอันดับต้นๆ ที่มารบกวนทำงานของคุณ อย่าตกเป็นโรคโฟนลิซึ่ม ด้วยการเมาธ์สนุกปากในเวลางาน เพราะนอกจากจะขโมยเวลาไปจากคุณแล้ว มันยังทำให้คุณดูไม่ดีอีกด้วย ธนาคารและโรงแรมใหญ่ๆ ในต่างประเทศเริ่มขอความร่วมมือให้พนักงานหน้าเคาน์เตอร์งดใช้โทรศัพท์มือถือขณะปฏิบัติงาน เพราะเกรงว่าลูกค้าจะรู้สึกไม่ประทับใจเมื่อเห็นพนักงานรับโทรศัพท์มือถือยู่บ่อยๆ จนเสียงานและรับรองลูกค้าได้ ไม่เต็มที่

            8. ทุกคนมี "เวลาของตัวเอง"
สังเกตให้ดีว่าช่วงเวลาใดที่สมองคุณรู้สึกปลอดโปร่ง ไอเดีย กระฉูดถ้าคุณถูกชะตากับเวลาเช้าตรู่ ก็รีบเรียงลำดับความคิด ทำ List สิ่งที่จะทำในวันนั้น ก่อนที่เมฆดำจะเคลื่อนมาบดบังความคิดเจ๋ง ๆ ของคุณ

            9. มีความรับผิดชอบ บริหารเวลาต้องเริ่มจากการจัดการตัวเองชะก่อน ก็จะมีประโยชน์อะไรล่ะ ถ้าทำ list ขึ้นมา แล้วทำตามนั้นไม่ได้ จะบอกให้ก็ได้ว่าสาเหตุหลักของความล้มเหลว เกิดจากโรคความรับผิดชอบบกพร่องของคนเรานี่แหละ ไม่มียารักษาแต่หายได้ด้วยวินัยในตัวคุณเอง

            คุณลองใช้เวลาไม่กี่นาทีอ่านเคล็ดบริหารเวลาเหล่านี้ ใช้เวลาอีกนิดหน่อยลองลงมือทำดู แล้วคุณจะค้นพบเวลาอีกหลายชั่วโมงที่หายไป ที่นี้ไม่ว่าคุณจะงานยุ่งแค่ไหน ก็จัดการมันได้ไม่ยากด้วยสองมือของคุณเอง เวลาเป็นสมบัติที่มีค่ายิ่งของคุณ ที่สามารถนำไปแลกเป็นอะไรก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะจัดการกับมันได้ดีแค่ไหน

 

Credits By http://www.64tk.com/b/index.php?showtopic=3269

2007/Nov/24

คอลัมน์สายตรงสุขภาพกับศิริราชโดย :รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์ สูตินรีแพทย์
       
       ท้องแล้วมีเซ็กซ์ได้ไหม?
       
       พูดถึงเรื่องการมีเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ ผมมีความรู้สึกว่าคุณแม่ส่วนมากต่างก็มีปัญหาค้างคาใจเกี่ยวกับเรื่องนี้กันทั้งนั้น เพียงแต่อาย ไม่กล้าถาม หรือไม่รู้จะถามอย่างไรดี วันนี้ผมเลยขอหยิบยกประเด็นนี้มาเล่าสู่กันฟังครับ
       
       ตอนท้องมีเซ็กซ์ได้ไหม
       เป็นคำถามยอดฮิตอันดับแรกที่มักจะถามกัน แต่เท่าที่ผมคุยกับคุณแม่หลายคน ส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากมีเซ็กซ์เท่าไหร่ แต่ที่เป็นห่วงหรือกังวลมักจะเป็นเรื่องของสามีมากกว่า กลัวว่าถ้าไม่ให้มีเซ็กซ์แล้ว สามีอาจจะแอบไปหาอีหนู แต่ถ้าให้มีก็กลัวว่า จะเกิดอันตรายสารพัดทั้งต่อตัวแม่เองและลูกในท้อง
       
       ความจริงแล้วขณะตั้งครรภ์คุณแม่สามารถมีเซ็กซ์ได้ตามปกติ ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไปจนกระทั่งใกล้คลอด จะมีแค่บางช่วงที่ควรลดการมีเซ็กซ์ลงบ้าง เช่น ตอนตั้งครรภ์ใหม่ ๆ เพราะคุณแม่ส่วนมากมักมีอาการแพ้ท้อง เวียนศีรษะ อ่อนเพลียง่าย อีกช่วงหนึ่งที่ควรจะงดเว้นการมีเซ็กซ์ก็คือ ช่วงใกล้คลอดมากๆแล้ว เพราะช่วงนี้ร่างกายของคุณแม่จะดูค่อนข้างอึดอัดอุ้ยอ้าย แค่นั่งหรือเดินตามปกติก็เหนื่อยแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว ถ้ามามีเซ็กซ์ตอนนี้อาจจะทำให้เหนื่อยได้มากกว่าปกติ นอกจากนี้ การมีเซ็กซ์ตอนที่ใกล้คลอดอาจจะทำให้ถุงน้ำคร่ำที่ล้อมรอบตัวเด็กเกิดการแตกหรือรั่ว ทำให้มีน้ำคร่ำไหลออกมาก่อนเจ็บครรภ์คลอดได้ ซึ่งผลดังกล่าวจะทำให้คุณแม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเข้าไปในโพรงมดลูกได้

      มีเพียงคุณแม่อยู่บางคนเท่านั้นที่จำเป็นต้องงดการมีเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ไปเกือบตลอดช่วงการตั้งครรภ์ เช่น คุณแม่ที่เคยแท้งบุตร หรือคลอดก่อนกำหนดมาก่อน เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาซ้ำได้ นอกจากนี้คุณแม่ที่มีภาวะรกเกาะต่ำก็ควรงดการมีเซ็กซ์โดยเด็ดขาด เพราะอาจไปกระตุ้นให้มีเลือดออกมากจนเป็นอันตรายได้
       
       เวลามีเซ็กซ์จะเป็นอันตรายต่อลูกไหม?
       อยากให้คุณแม่ลองจินตนาการดูว่า ลูกที่อยู่ในท้องก็คล้ายกับก้อนหินที่อยู่ในลูกโป่งใส่น้ำแล้วยัดใส่เข้าไปในขวดอีกทีหนึ่ง และเจ้าขวดที่ว่าก็มีปากขวดที่ปิดและแข็งแรงพอควร เวลาที่มีเซ็กซ์กัน อวัยวะเพศของสามีอย่างมากก็จะไปโดนแค่บริเวณปากขวดเท่านั้น โอกาสที่ลูกในท้องจะได้รับอันตรายจึงน้อยมาก
       
       เวลาถึงจุดสุดยอดลูกจะได้รับอันตรายไหม
       มีหลายคนเข้าใจถูกว่า เวลามีเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ไม่มีอันตรายต่อลูก แต่พอใกล้ถึงจุดสุดยอดนี่ มักจะมีการเกร็งกล้ามเนื้อและมดลูกอาจจะหดตัวได้ จึงกลัวว่าลูกจะได้รับอันตราย ขอตอบว่าข้อมูลทางการแพทย์ที่มีพบว่าไม่จริงครับ
       
       การมีเซ็กซ์จะกระตุ้นให้เจ็บครรภ์คลอดไหม
       มีหลักฐานทางการแพทย์ว่า การที่อวัยวะเพศของผู้ชายไปกระแทกกับปากมดลูก รวมทั้งน้ำอสุจิที่มีการหลั่งขณะมีเซ็กซ์สามารถกระตุ้นให้ปากมดลูกสร้างสารเคมีตัวหนึ่งที่ชื่อว่า พรอสตราแกลนดิน (Prostaglandins) เจ้าสารที่ว่านี้สามารถทำให้ปากมดลูกนุ่มขึ้นและกระตุ้นให้มดลูกหดรัดตัวได้ อย่างไรก็ตาม สารที่สร้างขึ้นมานี้ก็ไม่ได้มากพอจนทำให้คุณแม่เจ็บครรภ์คลอดหรอกครับ ยกเว้นแต่คนที่ใกล้จะคลอดอยู่แล้วถึงอาจจะเจ็บครรภ์คลอดได้

 

      เซ็กซ์ตอนท้องจะให้ความรู้สึกเหมือนตอนไม่ท้องหรือไม่
       เวลามีการตั้งครรภ์จะมีเลือดมาเลี้ยงที่อวัยวะต่าง ๆ มากขึ้นกว่าปกติ ทำให้มีการบวมเกิดขึ้น เคยลองสังเกตไหมว่า พอตั้งครรภ์ไปสักระยะหนึ่ง คุณแม่บางคนจะมีขาบวม หน้าบวม ที่บริเวณช่องคลอดก็บวมด้วย เพียงแต่สังเกตยากหน่อย
       
       การที่อวัยวะสืบพันธุ์มีเลือดมาเลี้ยงมากและบวมขึ้น จะทำให้คุณแม่มีความรู้สึกทางเพศเร็วขึ้นและมากขึ้นเวลามีเซ็กซ์ ที่เต้านมก็เช่นกันถ้าได้แตะจะมีความรู้สึกไว นอกจากนี้ยังจะรู้สึกว่าช่องคลอดมีการหล่อลื่นดีกว่าตอนไม่ตั้งครรภ์เสียอีก เพราะคนท้องจะมีตกขาวมากกว่าคนปกติ
       
       วิธีไหนดี
       ในช่วงท้องอ่อนๆ จะมีวิธีและท่วงท่าต่างๆ ของการมีเซ็กซ์อย่างไรก็ได้ แต่เมื่อท้องแก่ขึ้น ขอให้เลือกวิธีที่อันตรายน้อยลงหน่อยก็แล้วกัน วิธีที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือ ท่าที่สามีต้องนอนกดทับหน้าท้องภรรยา เพราะอาจหายใจไม่ออกและเป็นอันตรายแก่เด็ก วิธีที่น่าจะดีกว่าคือ ให้คุณแม่อยู่ข้างบนครับ
       
       สรุปการมีเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่คุณแม่ที่ตั้งครรภ์และสามีสามารถทำได้เหมือนภาวะปกติ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวคุณแม่และลูกในครรภ์ จะมียกเว้นที่ไม่ควรมีเซ็กซ์กันก็บางกรณีที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อลูกในครรภ์หรือต่อตัวคุณแม่เองเท่านั้น สิ่งที่อยากจะย้ำอีกครั้งคือ ถ้าคุณแม่มีปัญหาเกี่ยวกับเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ขออย่าได้อายที่จะสอบถามกับคุณหมอที่ดูแลเลยครับ จะได้ไม่ต้องมาเข้าใจผิดหรือวิตกกังวลในเรื่องต่างๆ โดยไม่จำเป็น ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการตั้งครรภ์และการมีเซ็กซ์ที่ถูกต้อง

Credits By http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9500000138313

 

ปล. อ่านแล้ว ไม่ต้องรีบร้อนนะครับ

2007/Sep/18

โปรแกรมเมอร์นักพัฒนาเกมไทยหนึ่งในทีมทำเกม มหัศจรรย์ สวรรค์-นรก แนะน้องที่อยากก้าวมาทำเกม อย่าลืมวิชา คณิตศาสตร์-ฟิสิกส์ ตอนม.ปลาย เมทริกซ์-เวกเตอร์-ตรีโกณมิติ-โปรเจกไตล์ ชี้ต้องฟื้นวิชากลับมาใช้ทำเกมแน่ ระบุตำแหน่งนักพัฒนาเกมมีความสำคัญที่สุด ควรรู้รอบด้านเพื่อช่วยจัดการทุกอย่างของเกมให้ลงตัว ประกาศผลงานเกมพีซีใหม่เวอร์ชันขายจะคลอดช่วงปลายปี

นายสุพจน์ สวัตติวงศ์ นักพัฒนาเกมไทยร่างใหญ่อารมณ์ดี วัย 27 ปี สอดคล้องกับชื่อกลุ่มอินดี้คนทำเกม ฟลายอิง พิก เกม สตูดิโอ (Flying Pig Game Studio) เดินทางมาให้ความรู้ด้านการพัฒนาเกมและแนะนำผลงานเกมที่ได้ทำออกสู่สายตาประชาชนไปแล้วกับผลงานเกม มหัศจรรย์ สวรรค์-นรก หรือ Heaven Hell โปรเจกต์เกมที่รับงานมาจาก อุทยานการเรียนรู้ หรือ TK Park โดยมี ธรรมนวัตกรรม เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ ผู้ดูแลการจัดทำสารคดีเรื่อง ไตรภูมิ และยังมีบริษัท อิมเมจิน ดีไซน์ทำในส่วนของมูฟวี่ CG และภาพกราฟิกเกม

นายสุพจน์ กล่าวว่า ตัวเขาเองรับหน้าที่ทำงานในส่วนของเขียนโปรแกรมมิ่งเกมเป็นหลัก สำหรับผลงานเกม มหัศจรรย์ สวรรค์-นรก เป็นเกมที่จัดทำออกมาให้เล่นกันในห้อง VR ของ TK Park ซึ่งใช้แว่นสามมิติในการเล่น ตัวเกมใช้เวลาทำ 2-3 ปี ตอนนี้ส่งเกมไปให้ TK Park ไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เพียงแต่ว่าไม่แน่ใจว่าตอนนี้มีให้เล่นกันแล้วหรือยัง เนื่องจากเกมของ TK Park มีอยู่จำนวนมาก อาจจะรอต่อคิวกันอยู่

โปรแกรมเมอร์ร่างใหญ่เล่าถึงเรื่องราวเกมว่า ตัวเกมจะเกี่ยวกับสวรรค์และนรก ฉากสวรรค์จะมี 5 ฉากใหญ่ ส่วนฉากนรกจะมี 3 ฉาก ตัวเอกของเกมจะเป็นเทวดา วิชชเทพ และนางฟ้า โสมนัสเทพธิดา ที่ได้รับภารกิจจากพระอินทร์ ฉากสวรรค์จะมีจุดมุ่งหมายในการเล่นด้วยการเก็บของต่างๆ ขณะที่ฉากนรกจะใช้หลักของการหลีกหนีเป็นหลัก แต่ละด่านผู้เล่นจะต้องใช้เวลาเล่นเพียง 7 นาทีเท่านั้น หากไม่ผ่านเกมก็จะจบ เพื่อให้ผู้เล่นไม่ใช้เวลาในการเพ่งสายตาเล่นด้วยแว่น VR นานจนเกินไป เป็นหลักที่ TK Park กำหนดไว้ในแต่ละเกม

ส่วนตัวชอบฉากสววรค์ฉากที่ 4 ซึ่งเป็นฉากกระโดดบนดอกบัว โดยดอกบัวสีทองเมื่อเหยียบจะคล้ายๆสปริงเพื่อให้เราลอยตัวสูงขึ้นไปข้างบน ในไตรภูมิจะมีท่อลมเพื่อขึ้นไปไหว้มหาจุฬามณีเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าเอาไว้ นายสุพจน์กล่าว

จุดเด่นของเกมอยู่ที่เรื่องราวของการสอดแทรกในการทำความดีความชั่ว หากทำชั่วจะต้องตกกระทะทองแดง หรือปีนต้นงิ้ว เด็กจะจำได้ว่าต้องปืนเพราะอะไร มันจะมีอีกาปากเหล็กบินมาพูดว่า มีกิ๊ก เจ้าชู้ ประพฤติผิดลูกเมียคนอื่น ต้องมาปีนต้อนงิ้ว

โทนสีของเกมนี้จะแตกต่างไป เนื่องจากไม่ได้เป็นโลกจริง จึงทำออกมาแบบฝันๆ ฟุ้งๆ โดยใช้พวกฟิลเตอร์เข้ามาช่วย เป็นเชดเดอร์ 2.0 เพราะฉะนั้นการ์ดจอคอมพิวเตอร์อาจจะต้องแรงนิดหนึ่ง ฉากนรกจะเน้นโทนแดง ส่วนฉากสวรรค์สีจะฉูดฉาดกว่าปกติ ขณะที่เอนจินที่ใช้พัฒนาเกมนี้ชื่อว่า Torque ที่ซื้อมาจากทางยุโรปราคาประมาณ 5-6 พันบาท เป็นราคาสำหรับนักพัฒนาเกมอินดี้ โดยได้ทำการแก้คอร์ให้รองรับเชดเดอร์ได้

สุพจน์เล่าต่อไปว่า นักออกแบบเกม หรือ เกมดีไซน์เนอร์นั้นมีความสำคัญมากในการทำเกม คนที่จะอยากเป็นจะต้องอธิบายภาพรวมและสื่อสารกับทุกคนให้เข้าใจได้ ในแง่ของการคิดเกมขึ้นมาอาจจะไม่ต้องมีความรู้ทางคอมพิวเตอร์มากก็ได้ แต่การจะเป็นนักออกแบบเกมที่ดีและรู้ทันโปรแกรมเมอร์ ควรจะมีความรู้ทางด้านโปรแกรมมิ่งด้วย อย่างกรณีที่มีไอเดียเยอะแต่โปรแกรมเมอร์เกิดขี้เกียจ ก็เลยบอกเลี่ยงว่าแบบนี้ทำไม่ได้ เป็นการบอกปัดไว้ก่อนเพราะกลัวเหนื่อย นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องรู้สเปกเครื่องเกมและรู้ในส่วนของกราฟิกด้วยว่าในแต่ละฉากจะมีของในฉากกี่อย่าง ถ้าคำนวณเรื่องกราฟิกโพลิกอนในหนึ่งฉากไม่ได้จะค่อนข้างลำบาก เพราะว่าพวกทีมกราฟิกเขาจะทำงานออกมาให้สวยเลิศเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มักจะทำมาเกินจำเป็นอยู่บ่อยๆ

ด้านศักยภาพของเกมไทยที่มักจะถูกมองในภาพลบ สุพจน์ให้ข้อคิดว่า บางครั้งเราจะไปตามเทคโนโลยีจากต่างประเทศที่เป็นสิ่งที่ดี แต่เราต้องประเมินด้วยว่าเราทำได้ในระดับไหนเพื่อที่ให้โปรเจกต์ออกมา ถ้าโปรเจกต์ออกมาดีเราก็จะไปต่อได้ อย่างตอนนี้ก็กำลังทำเอนจินเกมตัวใหม่อยู่เพื่อที่จะรองรับในหลายๆส่วน

แน่นอนว่าเอนจินแต่ละเกมมีข้อดีข้อด้อยไม่เหมือนกัน เราต้องศึกษาเอนจินของคนอื่นด้วย การพัฒนาเกมไทยจะต้องพัฒนาในกลุ่มของเราก่อน ไม่ใช่เราได้แต่ร้องขอให้คนมาซื้อเอนจินอันเรียล3 คุณไปรอเขา เขาก็คงไม่ซื้อให้คุณหรอก สู้ทำของคุณเองให้ได้ดีที่สุดจะดีกว่า สุพจน์ยกตัวอย่างให้เห็น

สุพจน์บอกถึงสิ่งที่ยากที่สุดของการเป็นโปรแกรมเมอร์เกมว่า อยู่ที่ขั้นตอนการเริ่มต้นทำว่าจะทำอย่างไร มันอยู่ที่การบริหารจัดการแผนการทำงานตอนแรกที่มีความสำคัญมาก ส่วนใหญ่มักจะเกิดปัญหาทำเกมตอนแรกเริ่มไม่ได้ ,ข้อตกลงระหว่างโปรแกรมเมอร์ด้วยกันหากทำงานเป็นทีมอย่างพวกการกำหนดชื่อตัวแปร หรือจะลิงก์คลาสตัวละครและไอเทมกันอย่างไร การออกแบบเกมจะต้องใช้เวลาในการทำมากที่สุด แต่ในบ้านเรามักทำกันแบบกลับกัน

ในเรื่องภาพของเกม สุพจน์บอกว่าส่วนตัวชอบเกม 2D มากเหมือนกัน แต่ไม่เคยจำกัดตัวเองในเรื่องของภาพเช่นกัน ขอให้สนใจที่จะทำงานนั้นก่อนในขั้นแรก มุมมองเกมใหม่ของเขาจะใช้แบบ 2D แต่อยากเพิ่มมุมมองแบบ 3D เพื่อให้ได้ความลึกของภาพขึ้นมา คล้ายๆเล่นร็อกแมนX8

นอกจากนี้ เขายังแนะนำข้อคิดดีๆสำหรับน้องๆที่สนใจจะทำเกมในส่วนของงานโปรแกรมมิ่งว่า อย่างแรกควรจะเรียนรู้วิชา คณิตศาสตร์ และ ฟิสิกส์ ให้มากในตอนมัธยมปลาย ไม่ควรลืมเลย เพราะใช้ในการทำเยอะมากจนตัวเองต้องไปขอยืมหนังสือน้องมานั่งอ่านใหม่อย่างพวก เมทริกซ์ ,เวกเตอร์ ,ภาคตัดกรวย หรือตรีโกณมิติ สมัยก่อนที่เราเรียนๆกันแล้วลืม ไม่รู้เรียนแล้วเอาไปใช้อะไร และอาจารย์สอนเราทำไมตอนนั้น จริงๆแล้วใช้มาทำเกมหมดเลย ยกตัวอย่างเช่น ตรีโกณมีความสำคัญมากในการช่วยคำนวณองศาของตัวละครให้หันหน้ามาหาเรา ขณะที่เรื่องฟิสิกส์ก็ต้องมาคำนวณการกระเด็นกระดอน การเคลื่อนที่แบบโปรเจกไตล์ที่ใช้พาราโบล่ามาช่วย และการแก้สมการต่างๆ เรียกว่าเรื่องวิชาเลขกับฟิสิกส์จะผสมผสานมาใช้พร้อมๆกัน

ถ้าเกิดเป็นเด็กม.ปลาย คุณมีโอกาสที่ดีมาก เพราะว่าอาจารย์จะยัดเยียดวิชาพวกนี้ให้คุณอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องมานั่งอ่านทวนอีกเหมือนผม จนคิดว่าทำไมตอนเรียนเราไม่ตั้งใจ สุพจน์ชี้ถึงข้อดีของการเรียนเลขและฟิสิกส์ที่เคยอคติในอดีต

รุ่นพี่ในอาชีพพัฒนาเกมบอกถึงจุดที่ดึงให้เขามาสู่ถนนการพัฒนาเกมให้เราว่า ส่วนตัวชอบเกม ไฟนอล แฟนตาซี ที่เป็นแรงบันดาลใจอันหนึ่งให้หันมาทำเกมในปัจจุบัน แต่ตอนนี้คิดว่าเรายังไม่มีศักยภาพพอที่จะทำเกมแนว RPG ให้มันดีได้ เนื่องจากมีปัจจัยหลายๆเรื่อง อย่างการผูกเรื่อง หรือในส่วนของโปรดักชัน และอาจจะต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง หลังจากนั้นสุพจน์ได้แนะนำว่า การทำเกมของคนไทยที่จะมายึดเป็นอาชีพหลักนั้นก็ขึ้นอยู่กับทีมนั้นๆไป ส่วนตัวไม่ได้ลำบากมาก พออยู่ได้ หากจะรวยทันทีเลยก็คงยากในตอนแรกเริ่ม แต่ถ้าจะไปอยู่กับบริษัทเกมไทยที่ได้เงินเดือนประจำก็สามารถเลือกได้เช่นกันในปัจจุบัน

เมื่อถามว่าหากมีคนมายื่นข้อเสนอให้ทำเกมจากภาพยนตร์แบบ 3 มิติ สุพจน์ตอบว่า ส่วนตัวค่อนข้างหนักใจมาก เพราะเขาจะมาคิดทำกันตอนโปรโมต เวลามันสั้นมากแค่ 2 เดือนก่อนเข้าโรงและอาจจะไม่ได้ผลงานที่ดี ยกเว้นเกมแฟลชง่ายๆบนเว็บหรือเกมมือถือ

หนุ่มร่างใหญ่บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบค คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ กล่าวปิดท้ายว่า เกมใหม่ล่าสุดที่จะทำออกขายตอนปลายปีนี้จะใช้นโยบายใหม่ในการเรียกพรรคพวกมาแจมกัน และบางส่วนก็จะไปค้นหากันผ่านเว็บไซต์พัฒนาเกมของคนไทย forums.thaigamedevx.com

ผู้จัดการเกม เปิดโครงการสนับสนุนกลุ่มพัฒนาเกมไทยที่อยากจะเผยแพร่ผลงานเกมและการถ่ายทอดความรู้ผ่านทางสื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอินดี้เล็กๆในกลุ่มหรือบริษัทพัฒนาเกมรายย่อยอื่นๆ ด้วยการเป็นกระบอกเสียงหนึ่งเพื่อช่วยอุตสาหกรรมเกมของคนไทยให้เติบโตไปในอนาคต สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 0-2629-4488 ต่อ 1453 หรือ 1454 ในเวลา 14.00-18.00 น. วันจันทร์-ศุกร์

โดย ผู้จัดการออนไลน์18 กันยายน 2550 09:45 น.

Credits By http://www.manager.co.th/Game/ViewNews.aspx?NewsID=9500000109945