2007/May/25

หลังจากข่าวหนุ่มคลั่งวัย 20 ปี เกียรติพงศ์ เมฆสวัสดิ์ ใช้อาวุธปืนอาก้าติดเลเซอร์ยิงคนเสียชีวิต 3 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก 6 คนที่ตลาดไท และหนึ่งในชนวนสำคัญที่สื่อหลายฉบับตั้งข้อสังเกตอย่างมีน้ำหนักว่า เกม มีอิทธิพลชักจูงให้หนุ่มน้อยรายนี้ก่อเหตุจนเป็นข่าวใหญ่โตในที่สุด

คงไม่ต้องวิเคราะห์หรืออธิบายอะไรให้มันยืดยาวเกินไปนักสำหรับต้นต่อของสาเหตุในครั้งนี้ ในเมื่อหลายฝ่ายเบนเข็มมาที่ เกมเป็นชนวนหลัก แน่นอนว่าคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเกมคือมูลเหตุที่น่าจะมีส่วนกระตุ้นหนึ่งในจำนวนนั้น เพราะจากพฤติกรรมของหนุ่มคนนี้ฝักใฝ่ไปกับเกมแนวชูตติ้งมุมมองบุคคลที่หนึ่งยอดนิยม เคาน์เตอร์-สไตรค์ และ สเปเชียล ฟอร์ซโดยเฉพาะ (ตามที่ปรากฏในข่าว) แต่มันจะเป็นปัจจัยหลักจริงหรือไม่ คงต้องดูกันที่องค์ประกอบทั้งหมดก่อน

จากการที่พี่สาวของหนุ่มคนนี้เล่าว่า เดิมทีนายเกียรติพงศ์เป็นคนที่มีนิสัยปกติ แต่หลังจากพ่อกับแม่แยกทางกัน ส่งผลให้พฤติกรรมเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แถมแม่ยังมีสามีใหม่เป็นชาวฝรั่งเศส และเดินทางไปใช้ชีวิตในฝรั่งเศสอีก ส่วนหนึ่งของชีวิตเกียรติพงศ์ก็เคยเข้าไปศึกษานักธรรมในวัดธรรมกาย ด้าน นายคิริยะ สีตัง คนสนิทและเคยดูแลตัวของนายเกียรติพงศ์ ซึ่งมีบุคลิกกระตุ้งกระติ้ง เล่าพฤติกรรมในปัจจุบันก่อนเกียรติพงศ์จะก่อเหตุว่า เกียรติพงศ์มีนิสัยเอาแต่ใจ เก็บกด โมโหร้าย เลือกคบคน ชอบสะสมอาวุธ และเพื่อนสนิททั้งหมดเป็นผู้ชาย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบว่า เกียรติพงศ์เคยร่ำเรียนการสะเดาะกุญแจที่และยังดาวน์โหลดวิธีใช้อาวุธปืนหลายชนิดมาอีกด้วย

เท่าที่ดูจากข้อมูล ต้นเหตุของปัญหา พ่อแม่ และ ผู้ปกครอง มีส่วนสำคัญในอันดับแรก การพุ่งเป้าไปที่เกมเป็นต้นต่อ ดูเหมือนเป็นการผลักภาระ โยนบาป มากกว่า ควรจะมองไปถึงผู้ที่ ต้อง ทำหน้าที่หล่อหลอมเด็ก แล้วตั้งถามใจตัวเองว่า พวกคุณทำหน้าที่ได้ดีพอหรือยัง หรือจะบอกเป็นประโยคเด็ดจากรายการอัจฉริยะข้ามคืนดีว่า "คุณทำดีแล้วแต่ยังดีไม่พอ"

ส่วนตัวมักจะพบเห็นบ่อยครั้งที่พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนเดินเข้ามาถามว่า ควรแก้ปัญหาลูกติดเกมอย่างไร เมื่อข่าวร้ายๆออกมาทางหน้าหนังสือพิมพ์แทบทุกครั้ง พ่อแม่บางคนปล่อยให้ลูกอยู่กับบ้านคนเดียว ทิ้งเงินไว้ให้แล้วก็เปิดตูดไปข้างนอก แล้วพยายามหาข้ออ้างมาแก้ตัวว่าต้องแบกภาระเลี้ยงลูก จึงต้องดิ้นรนทำงานตัวเป็นเกลียวเพื่อให้มีเงินมาใช้สอยส่งเสียพวกเขาต่อไปในภายภาคหน้า แต่ดันลืมคิดไปว่าเงินแก้ปัญหาพื้นฐานทางจิตใจของเด็กได้หรือไม่ พูดได้ว่าพ่อแม่ผู้ปกครองแบบนี้เป็นคนที่ เห็นแก่ตัว ประเภทหนึ่ง

เมื่อตัวเองและคนในครอบครัวไม่พร้อมที่พอจะดูแลได้ แล้วทำไมถึงคิดจะมีลูกออกมาให้หนักใจ

By...ขุนเข่าไร้น้ำใจ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 พฤษภาคม 2550 15:17 น.

Credits By http://www.manager.co.th/Game/ViewNews.aspx?NewsID=9500000060372

มองอะไรมองที่แก่น อย่ามองแต่เปลือก

Comment

Comment:

Tweet


= =
อีกแล้วรึนี่
#2 by Ganxo G. Cruse At 2007-05-26 17:56,
เหมือนเอะอะไรก็โทษแก๊สโซฮอล์เลย
#1 by ไลก้าคุง At 2007-05-26 00:15,