2007/May/21

วิกฤติธนาคารเลือดสัตว์ ขาดแคลนหนักไม่พอยื้อชีวิตเจ้าตูบ-เจ้าเหมียว หัวหน้าธนาคารเลือดฯ เผยมีความต้องการมากถึง 3 เท่าของเลือดที่มีอยู่ แต่ละเดือนมีสุนัขรอรับเลือดร่วม 100 ตัว บริจาคจริงแค่ครึ่งเดียว เจ้าของจึงต้องขอรับบริจาคด้วยตัวเอง

ทุกวันนี้มีคนนำสุนัขและแมวมารับการรักษาที่ รพ.สัตว์บางเขน มากถึงวันละ 300 ตัว ในจำนวนนี้มีสัตว์ป่วยที่ต้องการเลือด 3-5 ตัวต่อวัน แต่ปริมาณเลือดสำรองในธนาคารเลือดสัตว์ ซึ่งมีอยู่ไม่ถึงครึ่งของความต้องการ ดังนั้น เจ้าของสุนัข-แมวจึงต้องขอรับบริจาคด้วยตัวเอง

น.สพ.พายุ ศรีสุภร หัวหน้าหน่วยธนาคารเลือดสัตว์ รพ.สัตว์เล็ก คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวว่า สุนัขที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคเลือดส่วนใหญ่จะถูกนำมารักษาที่นี่ เพราะมีธนาคารเลือดสัตว์แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ดังนั้น แต่ละวันจึงมีสุนัขและแมวเข้ามารักษาเฉลี่ย 200-300 ตัว ทำให้มีความต้องการเลือดมากกว่าปกติอยู่แล้ว แต่กลับพบว่ามีสุนัขมาบริจาคเลือดน้อย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้าของสุนัขไม่สะดวกจะพามาบริจาคเลือดที่โรงพยาบาล ทำให้ขาดการบริจาคเลือดอย่างต่อเนื่อง

"ทุกวันนี้มีความต้องการเลือดสุนัขถึง 3 เท่าของเลือดที่เรามีอยู่ แต่ละเดือนจะมีสุนัขมาบริจาคเลือดประมาณ 50 ตัว ซึ่งตามมาตรฐานขั้นต่ำแล้ว ควรมีเลือดใช้เดือนละ 100 ถุง" น.สพ.พายุ กล่าว

หัวหน้าหน่วยธนาคารเลือดสัตว์ กล่าวอีกว่า ถ้ามีรถรับบริจาคเลือดสัตว์เคลื่อนที่ เหมือนรถของสภากาชาดไทยก็จะดีมาก แต่ติดขัดเรื่องงบประมาณจัดซื้อ เพราะต้องใช้งบประมาณสูงราว 1 ล้านบาท ประกอบกับคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ไม่มีงบประมาณมากถึงขนาดนั้น จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการใช้รถตู้ออกหน่วยเคลื่อนที่แทน แต่ก็ต้องเลือกสถานที่ที่มีห้องหับมิดชิด เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดแก่สุนัขเวลาบริจาคเลือด เพราะการบริจาคเลือดของสุนัขจะเจาะบริเวณลำคอ ถ้าถูกสุนัขตัวอื่นรบกวนอาจเกิดอันตรายได้

"ถ้ามีรถรับบริจาคเลือดสุนัขเคลื่อนที่ก็จะสะดวก แค่ให้สุนัขขึ้นมาบนรถไม่ต้องหาสถานที่หรือห้อง ทำให้เรามีเลือดสุนัขสำรองมากเพียงพอ" หัวหน้าหน่วยธนาคารเลือดสัตว์ ระบุ

น.สพ.พายุ กล่าวถึงการแก้ปัญหาเลือดสัตว์ขาดแคลนเฉพาะหน้าว่า ถ้าสุนัขตัวใดต้องรับเลือดก็จะให้เจ้าของหาสุนัขมาช่วยบริจาคเลือด หรือประกาศตามเวบไซต์ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา ธนาคารเลือดสัตว์ได้เปิดให้บริการทุกวัน จากเดิมที่ให้บริการแค่วันจันทร์-เสาร์ และจะมีการรณรงค์ภายในโรงพยาบาลให้เจ้าของนำสุนัขมาบริจาคเลือดพร้อมกันๆ ทุกต้นเดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในธนาคารเลือดสัตว์ บริเวณชั้น 3 ของโรงพยาบาลสัตว์เล็ก ม.เกษตรศาสตร์ มีตู้แช่เย็นที่มีถุงเลือดที่ใช้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง เหลือค้างอยู่ในตู้เพียง 2-3 ถุง ส่วนบนเตียงมี "จอห์น" สุนัขพันธุ์เยอรมันเชฟเพิร์ด เพศผู้วัย 4 ปี กำลังนอนบริจาคเลือดอยู่ ส่วนบนกระดานปรากฏชื่อ ไข่เค็ม ไข่ทอด และไข่ลูกเขย นัดมาบริจาคเลือดในวันรุ่งขึ้น โดยจอห์นเพิ่งมาบริจาคเลือดเป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะต้องการช่วยเหลือ "นีน่า" สุนัขเพศเมียสายพันธุ์สก็อตติสเทอเรีย วัย 10 ปี เป็นกรณีเร่งด่วน เพราะเลือดในคลังไม่พอช่วยชีวิตนีน่าได้

ทั้งนี้ สัตวแพทย์สันนิษฐานว่า นีน่าป่วยเป็นโรคโลหิตจาง แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ต้องได้รับเลือดอย่างเร่งด่วน แม้จะได้รับเกร็ดเลือดไปแล้ว นีน่าก็ยังต้องมารับเลือดอีก นายชุมพล บุณยรังสฤษฎิ์ อายุ 34 ปี เจ้าของนีน่า จึงต้องใช้เวลาตลอดทั้งวันเพื่อติดต่อขอเลือดสุนัขจากเพื่อนๆ และตามโรงพยาบาลสัตว์ต่างๆ สุดท้ายเจ้าของจอห์นก็ยินดีให้ความช่วยเหลือ

"นีน่ามีอาการซึมๆ ไม่ยอมกินอะไรมา 2-3 วัน รู้สึกว่ามันซีดๆ ด้วย เลยพามาหาหมอ ถึงได้รู้ว่าเป็นโรคโลหิตจาง มีเกร็ดเลือดแค่ 9 เปอร์เซ็นต์ วันนี้จึงพามารับเลือด นีน่ากำลังนอนให้น้ำเกลืออยู่ชั้นล่าง และพรุ่งนี้หมอนัดมารับเลือดอีก แต่ต้องรอลุ้นว่าเลือดสุนัขที่มาบริจาคตรงกันหรือเปล่า" นายชุมพล กล่าว

ด้าน นายธนพงศ์ สถิตย์จันทรากุล อายุ 29 ปี เจ้าของจอห์น กำลังขะมักเขม้นช่วยสัตวแพทย์จับหัวและปากเพื่อเจาะเลือดบริเวณคอ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า รู้สึกดีที่ได้ช่วยเหลือ พอเพื่อนโทรศัพท์มาสอบถามว่ามีสุนัขพันธุ์ใหญ่หรือเปล่า อยากให้ช่วยพามาบริจาคเลือดหน่อยก็ยินดีช่วยเหลือ และถ้าว่างจะพาสุนัขมาบริจาคอีก

เช่นเดียวกับ น.ส.อัญญาอร ธรรมจิรา อายุ 31 ปี เจ้าของไข่เค็ม ไข่ทอด และไข่ลูกเขย สุนัขสายพันธุ์โกลด์เด้น รีทรีฟเวอร์ อายุปีครึ่ง ซึ่งเคยบริจาคเลือดมาแล้ว บอกว่า เมื่อก่อนสุนัขพันธุ์ทางที่เลี้ยงไว้มีอาการเลือดไหลไม่หยุด มีเลือดซึมออกจมูกตลอดเวลา ต้องรับเลือดอยู่หลายปี จึงเห็นความสำคัญของการนำสุนัขมาบริจาคเลือด

"วันนี้พามา 3 ตัว แต่บริจาคเลือดได้แค่ 2 ตัว เพราะอีกตัวไม่ค่อยสบาย พอเช็คเลือดจึงรู้ว่าบริจาคไม่ได้ พรุ่งนี้ก็จะพามาอีก 4 ตัว อยากให้สุนัขที่เลี้ยงไว้ได้บริจาคเลือดทุกตัว ชาติหน้าเกิดมาจะได้หล่อกว่านี้ และอยากให้มีสุนัขมาบริจาคเลือดเยอะๆ จะได้ช่วยชีวิตสุนัขตัวอื่นๆ แถมการบริจาคเลือดทำให้สุนัขร่างกายแข็งแรงดี" น.ส.อัญญาอร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สุนัขที่สามารถบริจาคเลือดได้ต้องมีอายุตั้งแต่ 1-6 ปี น้ำหนักมากกว่า 20 กิโลกรัม ส่วนแมวต้องมีน้ำหนักมากกว่า 5 กิโลกรัม ซึ่งการบริจาคแต่ละครั้งจะเก็บเลือดประมาณ 350 มิลลิลิตร และสามารถบริจาคได้ทุกๆ 4-5 เดือน ทั้งนี้ เลือดที่ได้รับบริจาคจะนำไปตรวจโรคก่อนปั่นแยกเม็ดเลือดแดงกับน้ำเลือด หรือเก็บเลือดสดแช่เย็น โดยเลือดสด เลือดแช่เย็น และเม็ดเลือดแดงอัดแน่น จะนำไปใช้ในกรณีโรคโลหิตจางรุนแรง การเสียเลือดจากอุบัติเหตุหรือจากการผ่าตัด ส่วนน้ำเลือดจะใช้กรณีสัตว์ที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด โรคเลือดบางชนิด ภาวะโปรตีนในเลือดต่ำ เป็นต้น

ทั้งนี้ กลุ่มเลือดสุนัขแบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม คือ ดีอีเอ 1.1, ดีอีเอ 1.2, ดีอีเอ 3, ดีอีเอ 4, ดีอีเอ 5, ดีอีเอ 6, ดีอีเอ 7 และ ดีอีเอ 8 โดยหมู่เลือด ดีอีเอ1.1 และ ดีอีเอ 1.2 ไม่สามารถบริจาคเลือดได้ แต่สามารถรับเลือดได้ ส่วนกลุ่มเลือดอื่นๆ สามารถบริจาคและรับเลือดกันได้ และกลุ่ม ดีอีเอ 4 สามารถบริจาคและให้กับทุกกลุ่มได้ ซึ่งก่อนที่สุนัขจะรับเลือดต้องมีตรวจเลือดว่าเข้ากันได้หรือไม่ แต่ถ้ากรณีที่กลุ่มเลือดที่เข้ากันได้ขาดแคลนก็สามารถให้เลือดกลุ่มอื่นได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะร่างกายสุนัขจะมีปฏิกิริยาต่อต้านเลือดกลุ่มนั้น

ที่มาจากหนังสือพิมพ์

Credits By http://www.dek-d.com/board/view.php?id=870497

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home