2006/Apr/15

ทุกคนที่ไม่ใช่นักเรียนม.6 รุ่น2548 ฉบับทักษิณคงยังไม่รู้ถึงปัญหาที่พวกเขากำลังกระทบอยู่ ยกเว้นว่าเป็นญาติพี่น้องของพวกเขาแต่ถึงอย่างนั้นเด็กบางกลุ่มที่ประสบอยู่ขณะนี้เองก็ยังไม่เข้าใจปัญหา(รวมทั้งกลุ่มผู้ใหญ่บางคนที่ได้รับผลประโยชน์)นั้นคือปัญหา Admission ที่กำลังประสบในขณะนี้ คนหลายกลุ่มต้องการปฏิรูปAdmission ให้เข้าที่เข้าทางมากยิ่งขึ้นบางคนต้องการโอกาสและความถูกต้องกับสิ่งที่เขาสมควรได้รับคืน

โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องการให้ประทรวงศึกษาธิการปรับให้มาระบบEntranceเช่นเดิมทำไมถึงเป็นเช่นกัน เราลองมาวิเคราะห์ Admission กับ Entrance แบบจุดต่อจุดดีกว่า

หัวข้อเปรียบเทียบ

 

Admission

 

 

องค์ประกอบในการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย

 

- คะแนน GPAX (เกรดเฉลี่ยม.ปลาย) เก็บ 10%

 

- คะแนน GPA (เกรดเฉลี่ย ม.ปลาย ตามวิชาชีพที่เข้าเรียน) เก็บเพิ่มขึ้นปีละ 10%จนถึง 40%

 

- คะแนน O-NET (สอบขั้นพื้นฐานที่ควรมี ซึ่งประกอบด้วย ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ

 

- คะแนน A-NET (สอบขั้นสูงที่ในสายวิชาชีพที่มี) ทั้งO-NETและ A-NET เก็บรวมกันเป็นที่เหลือ (ประมาณ 50% - 60%

 

- คะแนน GPA+PR (เกรดเฉลี่ยม.ปลาย เก็บ10%

 

- ผลสอบวิชาหลักและวิชาเฉพาะ เก็บ 90%

 

 

 

 

จำนวนครั้งที่สามารถสอบได้

 

- O-NET สอบได้แค่ครั้งเดียวในชีวิต (พลาดแล้วพลาดเลย)

 

- A-NET เมื่อสอบไปแล้วจะสอบใหม่ได้ใน 3 ปีถัดไป

 

- โดยทั้ง 2 อย่างนี้จะสามารถขอสอบใหม่ได้ หากมีเหตุผล สมควรทดสอบ เช่น เข้าโรงพยาบาล เป็นต้น

 

- สอบได้ปีละ 2 ครั้ง โดยเลือกเอาคะแนนมากสุด

 

- ถ้าสอบตกก็สามารถมาสอบใหม่ได้อีกเรื่อยๆจนกว่าจะพอใจ

 

ค่านิยมในการเรียนกวดวิชา

 

- เรียนทุกคอร์สตั้งแต่ ม.4 ถึง ม.6 (เพื่อจะได้มีคะแนนเฉลี่ย(GPA กับGPAX) มากๆ)

 

- เรียนคอร์ส O-NET ทั้งหมด (ซึ่งมีอยู่มากถึง 5 วิชา)

 

- เรียนคอร์ส A-NET ที่จะเข้าคณะนั้น

 

 

 

 

เรียนเฉพาะคอร์สEntrance วิชาที่จะสอบเข้า

 

การแข่งขันในชั้นเรียนที่สังเกตได้

 

เริ่มตั้งแต่ชั้น ม.4 จนเข้ามหาวิทยาลัย

 

เริ่มตั้งแต่ ม.6 จนจบการสอบEntrance

 

การโกงและฉ้อฉลเพื่อให้ได้คะแนนมากๆในการเข้ามหาวิทยาลัย

 

- การเล่นเส้นกับอาจารย์ที่สอน การลอกการบ้าน การลอกในห้องสอบ (ทำให้ได้คะแนนGPAX+GPAมาก)

 

- การโกงข้อสอบ O-NET A-NET

 

- เมื่อสอบEntrance จะได้เมื่อ ทำข้อสอบEntrance

 

การเริ่มก่อตั้งและจุดจบ

 

เข้ามาในระบอบรัฐบาลทักษิณ ในปีพ.ศ.2547 และเริ่มปฏิบัติในปี พ.ศ.2549 ซึ่งล้มเหลวไม่เป็นท่า

 

มีมานานกว่า 40 ปี มาแล้ว ซึ่งนักเรียนก็ยอมรับ และถูกยุบเมื่อมีระบบAdmissionเข้ามา

 

นักเรียน(บางคน)ที่ฆ่าตัวตายที่ปรากฏให้เห็นเป็นข่าว

 

เมื่อทราบผลเกรดเฉลี่ยตั้งแต่ 4 เทอมขึ้นไปแล้วไม่เป็นดังหวัง ก็จะ...

 

เมื่อสอบแล้วทราบผลEntranceว่าสอบตก ก็จะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  •  

  • ]

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

  •  

 

 

 

  •  

 

 

 

 

 

 

  • จะเห็นได้ว่า Admission จะเหนือกว่า Entrance ด้วยรายละเอียด(ความยุ่งยาก)อยู่หลายประการ ซึ่งทำให้มันดูดีและเชื่อถือได้มากว่า แต่ในทางปฏิบัติจริงกลับมีช่องโหว่อยู่หลายประการให้เห็นเช่นกัน โดยเฉพาะที่ถกเถียงคือ GPAและGPAX ที่แต่ละโรงเรียนจะมีมาตรฐานไม่เหมือนกัน ในโรงเรียนเดียวด้วยกันก็เหอะบางทีก็ให้คะแนนที่มีมาตรฐานไม่เท่ากันเลย ดังหัวข้อ การโกงและฉ้อฉลเพื่อให้ได้คะแนนมากๆในการเข้ามหาวิทยาลัย (อย่ามาเถียงผมเรื่องนี้ เพราะผมใช้วิธีนี้แหละเลยทำให้ได้คะแนนเฉลี่ยสูงๆครั้งหนึ่งมาแล้ว)จึงเป็นที่มาของคำว่า เกรดเฟ้อ

     


edit @ 2006/04/15 10:22:55
edit @ 2006/04/15 10:23:32
edit @ 2006/04/15 10:24:12

edit @ 13 Jul 2008 20:00:31 by WARCHIEF

edit @ 13 Jul 2008 20:00:57 by WARCHIEF

Comment

Comment:

Tweet


<a href="http://hntjhpkembwbmfa.com">kguigapfvewmels</a> http://qdzlccegbfelsod.com [url=http://rrhjlmtbnumdtdd.com]ovylzgxxtlplenc[/url]
#3 by uanwetthmu (94.102.52.87) At 2010-06-14 15:16,
มีอัตนัยก็ไม่ยุติธรรมแล้วครับ
#2 by Kensai At 2006-05-19 18:12,
รู้สึกว่า จริงๆadmissionมีเพื่อให้เด็กต่างจังหวัดมีโอกาสทางการศึกษามากขึ้นด้วย
แต่เราก็ไม่เห็นนะว่ามันช่วยให้เด็กต่างจังหวัดมีโอกาสมากกว่ายังไง ระบบนี้มีแต่ช่วยเด็กในเมือง
ไม่ว่าด้วยเรื่อง ค่าสอบที่แพงลิบลิ่ว(คณะเราปกติจ่ายค่าสอบวิชาเฉพาะวิชาละ50บ. ตอนนี้เก็บ300บ.ต่อวิชา โดยเด็กจะต้องสอบวิชาเฉพาะทั้งหมดอย่างน้อย2วิชา)
ค่าเดินทางในการเข้ามาตัวเมืองเพื่อสมัครสอบหรือมาสอบตามแต่ละมหาวิทยาลัย(ส่วนใหญ่ก็ต้องสอบหลายๆ ที่เผื่อสำรองพลาด)
และการประชาสัมพันธ์ที่เน้นประชาสัมพันธ์ทางอินเตอร์เน็ตโดยไม่นึกถึงเด็กในต่างจังหวัดหรือเด็กไม่มีฐานะที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้

สร้างโอกาสในการศึกษากับเด็กยังไงกันค่ะ ...หึหึ
#1 by ดินสอทราย At 2006-04-17 21:34,